หลักเกณฑ์ในการกำหนดแต้มต่อระบบอเมริกา (USGA HANDICAP SYSTEM)

    การคำนวณ Course Handicap ทำได้ดังนี้
  1. นำ Gross Score ผลการเล่น 20 ครั้ง มาคำนวณหา Handicap Differential ทั้ง 20 ครั้งโดยปัดทศนิยมให้มีทศนิยม 1 ตำแหน่ง (การคำนวณหา Handicap Differential ให้ดูในตารางข้างล่าง)
  2. นำค่า Handicap Differentials ที่ดีที่สุด 10 ครั้งจากข้อ 1 มาหาค่าเฉลี่ย
  3. หาค่า 96 % ของค่าเฉลี่ยของ Handicap Differentials จากข้อ 2.
  4. หาค่า Handicap Index โดยนำผลจากข้อ 3 มาตัดทศนิยมที่เกินหลักสิบออกไป
  5. นำค่า Handicap Index จากข้อ4 มาคูณด้วย 113 และหารด้วยค่า Slope Rating ของแท่นทีที่กำลังจะออกรอบ
  6. ผลจากข้อ 5 นำมาปัดทศนิยมให้เป็นตัวเลขจำนวนเต็ม (.5 หรือมากกว่าจะปัดขึ้น) ก็จะได้ค่า Course Handicap
Gross Score คะแนนที่คิดจากจำนวนครั้งทั้งหมดที่ตีกอล์ฟครบ 18 หลุม บวกกับการปรับโทษ
Course Rating เป็นค่าที่แสดงความ ยาก ง่าย ของสนามกอล์ฟแต่ละสนาม ค่าตัวเลขมากจะยากกว่าค่าตัวเลขน้อย
เช่นสนามกอล์ฟ President ค่า Course rating ของแท่น Tee off ต่างๆของ West-South เป็นดังนี้
แท่นสีทอง 73.1 แท่นสีน้ำเงิน 71.0 แท่นสีขาว 68.9 แท่นสีแดง(ผู้หญิง) 70.0
[มักจะมีเขียนไว้ใน score card ของแต่ละสนามหรือดูได้ที่เวปไซท์ สมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทย(แล้วคลิ๊กเลือก/ฐานข้อมูลกอล์ฟ/Course/slope rating) ]
การกำหนดค่า Course rating ที่สามารถใช้อ้างอิงเป็นมาตรฐานได้นั้นต้องทำโดยผู้ที่ได้รับการรับรองจาก USGA ซึ่งสมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทย มีบุคลากรที่ดำเนินการได้อยู่แล้ว
การกำหนดค่า Course rating มีองค์ประกอบมากมายเช่น ระยะความยาวแต่ละหลุ่ม, dogleg, ระดับแตกต่างในหลุมนั้นๆ, สภาพลมโดยทั่วไป, hazard, สภาพโดยธรรมชาติอื่นๆเป็นต้น รวมถึงความสูงเหนือระดับน้ำทะเลของตำแหน่งที่ตั้งของสนาม
Bogey Golfer สำหรับผู้ชาย “bogey golfer” คือผู้เล่นที่มี Course Handicap ประมาณ 20 ของสนามที่มีความยากมาตราฐาน(standard difficulty)
ซึ่งคือผู้ชายที่ tee shots ได้ประมาณ 200 หลา และในหลุมที่มีความยาว 370 หลา และมีความสูงที่ระดับน้ำทะเล เขาสามารถตี 2 ออนได้
สำหรับผู้หญิง “bogey golfer” คือผู้เล่นที่มี Course Handicap ประมาณ 24 ของสนามที่มีความยากมาตราฐาน(standard difficulty)
ซึ่งคือผู้หญิงที่ tee shots ได้ประมาณ 150 หลา และในหลุมที่มีความยาว 280และมีความสูงที่ระดับน้ำทะเล เขาสามารถตี 2 ออนได้
Bogey Rating “Bogey Rating”เป็นค่าบ่งบอกความยากของสนาม
ค่าBogey Ratingนี้ได้มาจากค่าเฉลี่ยของคะแนนของครึ่งหนึ่งของจำนวน bogey golfer ที่ทำคะแนนได้ดีกว่าในสภาพสนามปกติและสภาวะอากาศปกติ( Bogey Rating is equivalent to the average of the better half of a bogey golfer's scores under normal playing conditions.)
Slope Rating “Slope Rating”เป็นค่าบ่งบอกความยากของสนาม
ค่าSlope Ratingนี้ได้มาจากค่าผลต่างระหว่างBogey Rating และ Course Rating
ค่าของ Slope Rating ต่ำสุดคือ 55 และสูงสุดคือ 155
สนามที่มีความยากมาตราฐานจะมี Slope Rating เท่ากับ 113
เช่นสนามกอล์ฟ President ค่า Slope rating ของแท่น Tee off ต่างๆของ West-South เป็นดังนี้
แท่นสีทอง 128 แท่นสีน้ำเงิน 123 แท่นสีขาว 120 แท่นสีแดง(ผู้หญิง) 117
[อาจต้องสอบถามผู้จัดการของแต่ละสนามหรือดูได้ที่เวปไซท์ สมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทย(แล้วคลิ๊กเลือก/ฐานข้อมูลกอล์ฟ/Course / slope rating )]
สูตรการคำนวณ Slope Rating
A Slope Rating is obtained by using the following formulas:
Men Slope Rating: 5.381 x (Bogey Rating - USGA Course Rating)
Women Slope Rating: 4.24 x (Bogey Rating - USGA Course Rating)
สนามที่มีความยากมาตราฐานจะมี Slope Rating เท่ากับ 113
ค่าผลต่างระหว่างBogey Rating และ Course Rating ของสนามที่มีความยากมาตราฐาน คือ 21 strokes สำหรับผู้ชาย, หรือ 26.65 strokes สำหรับผู้หญิง
(21 คูณด้วย 5.381 เท่ากับ 113; 26.65 คูณด้วย 4.24 เท่ากับ 113).
Handicap Differential เป็นค่าผลต่างระหว่าง gross score กับ Course Rating ของสนามที่ทำ gross score นั้น
นำมาคูณด้วย 113 (113 คือค่า Slope Rating ของสนามที่มี standard difficulty) แล้วหารด้วยค่า Slope Rating ของแท่นทีที่ทำได้ gross score
จากนั้นปัดทศนิยมที่ได้ให้เป็น 1 ตำแหน่งก่อนนำไปใช้ต่อไป (21.24 ปัดเป็น 21.2 , 21.25 ปัดเป็น 21.3 )
Handicap Differential = (Adjusted Gross Score - USGA Course Rating) x 113 / Slope Rating
Handicap Differential สามารถเป็นได้ทั้งค่าบวกและลบ ดังตัวอย่าง

*** Handicap Differential ค่าบวก
ตีได้ gross score = 95 ในสนามที่มี Course Rating = 71.5 และ Slope Rating = 125:
Adjusted Gross Score - Course Rating: 95 - 71.5 = 23.5
Difference x Standard Slope Rating: 23.5 x 113 = 2655.5
Result / Slope Rating: 2655.5 / 125 = 21.24
Handicap Differential (rounded): 21.2

*** Handicap Differential ค่าลบ
ตีได้ gross score = 69 ในสนามที่มี Course Rating = 71.5 และ Slope Rating = 125:
Adjusted Gross Score - Course Rating: 69 - 71.5 = -2.5
Difference x Standard Slope Rating: -2.5 x 113 = -282.5
Result / Slope Rating: -282.5 / 125 = -2.26
Handicap Differential (rounded): -2.3
Handicap Index คือค่า 96 % ของค่าเฉลี่ยของ Handicap Differential(s) ที่ดีที่สุด 10 ครั้งจากผลการเล่น 20 ครั้ง
แต่ในบางครั้งอาจยอมรับผลการเล่นที่ส่งน้อยกว่า 20 ครั้ง เป็นกรณีพิเศษก็ได้ แต่อย่างไรก็ต้องไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง ในกรณีเช่นนี้ USGA ได้วางหลักเกณฑ์ในการพิจารณาผลการเล่นโดยใช้จำนวนครั้งที่ดีที่สุดมาพิจารณาตามที่กำหนดดังนี้
จำนวนที่ดีที่สุด 10 ครั้งจากผลการเล่น 20 ครั้ง หรือ
จำนวนที่ดีที่สุด 9 ครั้งจากผลการเล่น 18-19 ครั้ง หรือ
จำนวนที่ดีที่สุด 8 ครั้งจากผลการเล่น 16-17 ครั้ง หรือ
จำนวนที่ดีที่สุด 7 ครั้งจากผลการเล่น 14-15 ครั้ง หรือ
จำนวนที่ดีที่สุด 6 ครั้งจากผลการเล่น 12-13 ครั้ง หรือ
จำนวนที่ดีที่สุด 5 ครั้งจากผลการเล่น 10-11 ครั้ง หรือ
จำนวนที่ดีที่สุด 4 ครั้งจากผลการเล่น 8-9 ครั้ง หรือ
จำนวนที่ดีที่สุด 3 ครั้งจากผลการเล่น 7 ครั้ง หรือ
จำนวนที่ดีที่สุด 2 ครั้งจากผลการเล่น 6 ครั้ง หรือ
จำนวนที่ดีที่สุด 1 ครั้งจากผลการเล่น 5 ครั้ง
ค่า Handicap Index ที่ได้ต้องตัดทศนิยมที่เกินหลักสิบออกเสมอให้เป็น 1 ตำแหน่งก่อนนำไปใช้ต่อไป ไม่มีการปัดขึ้น (14.841 เป็น 14.8 , 24.984 ปัดเป็น 24.9)
ค่าสูงสุดของ Handicap Index ในผู้ชายคือ 36.4 และในผู้หญิงคือ 40.4
Course Handicap “Course Handicap” คือแต้มต่อที่ใช้ในการตีแต่ละสนามแต่ละแท่นทีให้เทียบกับนักกอล์ฟที่มี handicap 0 (scratch or 0-handicap golf) ซึ่งต้องเป็นตัวเลขจำนวนเต็ม
Course Handicap สามารถดูได้จากการนำค่า Handicap Index ของเราไปเทียบใน Course Handicap Table
หรือคำนวณจากสูตรดังนี้
Course Handicap = Handicap Index x 113 / Slope Rating ของแท่นทีที่กำลังจะออกรอบ
ค่าที่ได้จะมีการปัดทศนิยมให้เป็นตัวเลขจำนวนเต็ม (.5 หรือมากกว่าจะปัดขึ้น)
Net Score คะแนนที่คิดจาก Gross Score ที่ตีกอล์ฟครบ 18 หลุม ลบด้วย Course Handicap