วิธีคิดคะแนนในการแข่งขัน กอล์ฟ ระบบ 36 System

ระบบ 36 ซิสเต็มนั้นเป็นระบบที่ค่อนข้างได้รับความนิยมพอสมควรในการคิดคะแนนในการแข่งขันระดับสมัครเล่น แต่ก็มีข้อเสียอยู่คือ เมื่อนักกอล์ฟที่เล่นระบบนี้จนชำนาญหรือรู้วิธีการคิดแต้มต่อแล้วก็จะสามารถที่จะกำหนดแต้มต่อของตัวเองหรือกำหนดไฟล์ของตัวเองได้ อย่างเช่นนักกอล์ฟที่มีฝีมืออยู่ในไฟล์ทเอเมื่อเล่นมาจนถึงหลุม 16 ทำมา 2 เบอร์ดี้ 7 โบกี้ที่เหลือทำพาร์หมด ก็เท่ากับมีแต้มต่ออยู่ที่ 7 ถ้านักกอล์ฟท่านนั้นคิดว่า ถ้าเล่นในไฟล์ทเอ อาจจะไม่ได้รับถ้วยรางวัลในหลุมที่เหลือก็ทำโบกี้หมดแต้มต่อก็จะเพิ่มมาอีก 3 แต้ม รวมแต้มต่อทั้ง 18 หลุมจะเท่ากับ 10 ก็จะไปอยู่ในไฟล์ทบี โดยอัตโนมัติ ซึ่งทำให้นักกอล์ฟที่มีฝีมืออยู่ในไฟล์ทบีนั้นหมดโอกาสที่จะได้รับรางวัล

ระบบ 36 ซิสเต็มเป็นระบบคิดแต้มต่อที่เหมาะสมสำหรับผู้คนกลุ่มใหม่ที่แข่งขันเพียงครั้งเดียวก็จบสิ้น เช่น กอล์ฟการกุศล เป็นการคิดที่ค่อนข้างยุติธรรมได้ผลเป็นจริงตามฝีมือ (ทุกคนเล่นตามฝีมือ) ง่ายไม่ยุ่งยาก แต่ข้อเสียคือ ถ้าผู้เข้าแข่งบ่อย ๆ จะรู้วิธีเล่นให้ได้เปรียบ

วิธีคิดมี 2 วิธี

  1. เริ่มต้นทุกคนมีแต้มต่อ 36 ทุกคน หลังจากตีไปแล้วถ้าได้คะแนนตี ตั้งแต่ พาร์, เบอร์ดี้, อีเกิ้ล, อัลบาทรอส, โฮลอินวัน ในหลุมใดจะถูกหักหลุมละ 2 คะแนน ถ้าหลุมใดได้โบกี้จะถูกหักออกหลุมละ 1 คะแนน ส่วนหลุมใดตีได้ตั้งแต่ดับเบิ้ลโบกี้เป็นต้นไปจะไม่ถูกหัก เมื่อเล่นครบ 18 หลุม โดยหักเหลือเท่าไหร่ตัวเลขนั้นจะเป็นแต้มต่อ
  2. หลุมใดที่ตีโบกี้จะได้ 1 คะแนน หลุมใดที่ตีได้ ตั้งแต่พาร์ขึ้นไปได้ 2 คะแนน ครบ 18 หลุม รวมคะแนนได้เท่าไหร่เอาไปหักออกจาก 36 เหลือเท่าใหร่นั้นคือแต้มต่อเมื่อได้แต้มต่อออกมาแล้ว ก็มาจัดแบ่งไฟล์ท ถ้าตีได้เบอร์ดี้ ไม่ออกทริปเปิลโบกี้เลยคะแนนหลังหักแต้มต่อแล้วจะได้ 72

วิธีการตัดสิน

ถ้าเน็ทสกอร์ออกมาเท่ากันใครแต้มต่อน้อยกว่าเป็นผู้ชนะ และถ้าแต้มต่อเท่ากันขึ้นอยู่กับการกำหนดไว้ก่อนว่า จะดูจากส่วนใด เช่น นับย้อนหลังตั้งแต่หลุม 18 ขึ้นไปหรือใครได้เบอร์ดี้ พาร์มากกว่ากันเป็นผู้ชนะก็ได้